โครงการ “สหพัฒน์แอดมิชชั่น” ครั้งที่ 22 กระจายโอกาสทางการศึกษา จัดติวเข้มน้องม.ปลายทั่วประเทศ เตรียมพร้อมก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย

การศึกษาเป็นพื้นฐานความสำเร็จในชีวิต เด็ก ๆ ถูกปลูกฝังให้เรียนหนังสือเพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้กับตนเอง โดยทุกคนเริ่มต้นเหมือนกันคือเรียนตามแบบแผนของกระทรวงศึกษาที่ได้วางรากฐานเอาไว้ตั้งแต่วัยเด็กและเมื่อถึงช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย ทุกคนจะได้เจอทางแยกที่ต่างคนต่างต้องเลือกเดินตามเส้นทางของตนเองนั่น คือช่วงเวลาที่ต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลายคนอาจมีทั้งความกดดัน ความเครียด และต้องมุ่งมั่นต่อสู้กับคู่แข่งมากมาย แต่มันก็ทำให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดี และได้ใช้ความสามารถทั้งหมดพาตัวเองไปสู่ความสำเร็จในชีวิตอย่างที่ตั้งใจไว้

การเตรียมพร้อมในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เด็ก ๆ หลายคนอ่านหนังสือทบทวนความรู้ และเข้าติวในสถาบันกวดวิชาชื่อดังต่าง ๆ แต่ก็ไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะมีโอกาสแบบนี้ โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่อยู่ในต่างจังหวัดหรือพื้นที่ห่างไกล ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีโครงการ “สหพัฒน์แอดมิชชั่น” ซึ่งก้าวมาถึงปีที่ 22 เป็นโครงการที่ช่วยให้น้อง ๆ นักเรียนได้ทบทวนความรู้ก่อนเข้าสู่มหาวิทยาลัยเพื่อให้สามารถสอบเข้าคณะและสถาบันที่ต้องการจนสำเร็จ จัดขึ้นโดย บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผลิตภัณฑ์ มาม่า บิสชิน มองต์เฟลอ และริชเชส ร่วมกับ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยเนชั่นทีวี ช่อง 22 และ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยได้คัดสรรพี่ ๆ ติวเตอร์จากสถาบันชื่อดังระดับประเทศมาติวฟรีให้กับน้อง ๆ ถึง 6 วันเต็ม ซึ่งนักเรียนม.ปลายในต่างจังหวัดก็สามารถรับชมได้ผ่านสัญญาณบรอดแบนด์ไปยังโรงเรียนกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งในปีนี้มีนักเรียนสมัครเข้าร่วมโครงการมากถึง 12,894 คน 1,240 โรงเรียน และมีนักเรียนเข้ารับชมมากถึง 300,000 คนทั่วประเทศ

นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวในพิธีเปิดโครงการสหพัฒน์ครั้งที่ 22 ว่า “การศึกษากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ผมอยากให้เราจำวันนี้ของเราไว้ ประสบการณ์ที่เราต้องอดหลับอดนอน ขยันอ่านหนังสือและติวข้อสอบเพื่อการแข่งขัน มันจะเป็นความรู้สึกที่ดีมากถึงแม้การศึกษาในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร ผมอยากให้น้อง ๆทุกคนเข้าใจว่าการเข้ามหาวิทยาลัยนั้นไม่ใช่การตัดสินชีวิตของเราแต่ความสนุกที่ได้มีโอกาสแข่งขันและทุ่มเทชีวิตในช่วงที่เรามีพลังมหาศาลเพื่อการฝึกฝนและพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งที่น่าจดจำกว่าประสบการณ์ในช่วงที่เตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยนั้นเป็นประสบการณ์หล่อหลอมความขยันเพื่อการแข่งขัน เหมือนนักกีฬาที่ต้องฝึกฝนเพื่อที่จะเก่งขึ้น ยุคนี้เป็นยุคแห่งโอกาส นอกจากมหาวิทยาลัยที่น้อง ๆ จะได้เข้าไปศึกษาแล้วยังมีโอกาสมากมายที่จะได้ความรู้ และโครงการสหพัฒน์แอดมิชชั่นก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสเพราะว่าติวเตอร์ทึ่คัดมานั้นเป็นระดับมืออาชีพและเป็นอันดับหนึ่งของประเทศก็ว่าได้ ซึ่งปีนี้ได้มี Live ตั้งแต่วันแรกเพื่อให้น้อง ๆ สามารถดูผ่านทาง Facebook Live ได้ และยังสามารถชมผ่านทางสัญญาณบรอดแบนด์อีกกว่า 1,200 จุดทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นจึงอยากให้เราเริ่มต้นหาความรู้ร่วมกันด้วยความสนุกสนาน และขออวยพรให้น้อง ๆประสบความสำเร็จดังใจหมายทุกคน”

บรรยากาศการติวของโครงการสหพัฒน์แอดมิชชั่นเต็มไปด้วยความคึกคักโดยนักเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการได้พากันมานั่งฟังพี่ ๆ ติวเตอร์จากสถาบันชื่อดังครบทุกวิชาทั้ง 6 วัน
นอกจากจะได้ความรู้จากติวเตอร์ระดับประเทศแล้ว น้อง ๆ นักเรียนยังได้พบกับพี่ ๆ ไอดอลที่มาแชร์ประสบการณ์ทางการศึกษา ซึ่งในครั้งนี้ได้ พญ. ลลนา ก้องธรนินทร์ หรือ หมอเจี๊ยบ
มาสร้างสีสันและให้ไอเดียดี ๆ สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังอยากเป็นหมอ โดยหมอเจี๊ยบกล่าวว่า
“จุดมุ่งหมายที่สำคัญในชีวิตการเป็นหมอของเจี๊ยบ นั่นคือการเปิดฟรีคลินิก ซึ่งวันนี้เราได้ทำสำเร็จแล้ว ในรูปแบบของ มูลนิธิ Let’s be heroes ต้องขอขอบคุณความร่วมมือจากเพื่อน ๆ ทุกคนที่ทำให้เกิดมูลนิธินี้ขึ้นมา กว่าจะได้มาเป็นหมอในวันนี้ ต้องผ่านอะไรมามากมาย โดยเฉพาะช่วงเตรียมพร้อมในการสอบเข้าเรียนหมอ เจี๊ยบก็จะตั้งใจอ่านหนังสือและเรียนพิเศษแต่หลัก ๆ อยู่ที่ว่าเรามีความมุ่งมั่นพอหรือเปล่าถ้าเรามุ่งมั่นไม่พอก็จะไม่สามารถเอาชนะใจตัวเองและความขี้เกียจที่มันอยู่ตรงหน้าได้ น้อง ๆ บางคนจะคิดว่าฉันเรียนไม่เก่งสอบตก แล้วฉันจะไปเป็นหมอได้เหรอ จึงอยากบอกน้อง ๆ ว่า พี่เป็นคนหนึ่งที่เคยเรียนเลขได้เกรด 0 แต่ถ้าเรามีความมุ่งมั่นจริง ๆ เราก็จะทำมันให้ได้สำเร็จ นอกจากนี้อาชีพหมอยังไม่ได้จบแค่การสอบเข้า และการเรียนมหาวิทยาลัยเท่านั้น มันจะไม่เหมือนข้อสอบที่เราจะต้องได้เกรดเท่าไหร่หรืออะไรก็ตาม ไม่ใช่แค่เรื่องสอบตกสอบผ่าน แต่มันคือการรับผิดชอบชีวิตคน ดังนั้นการเรียนหมอจึงเป็นการเรียนที่ไม่รู้จบ หลังจากเรียนจบมาจนได้เป็นหมอ เจี๊ยบอ่านหนังสือมากกว่าตอนเรียนเสียอีก เพราะเราต้องหาความรู้ในการรักษาคนไข้ตลอดเวลา ซึ่งก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เจี๊ยบกลับมาเรียนต่อแพทย์ฉุกเฉินสุดท้ายแล้วอยากจะบอกน้อง ๆ ทุกคนว่า ชีวิตคนเรามันไม่ได้อยู่ที่กระดาษข้อสอบว่าน้องสอบได้เท่าไหร่ มันอยู่ที่ความตั้งใจจริงกับเป้าหมายในชีวิตว่า น้องจะทำอย่างไร น้องซื่อสัตย์พอกับอาชีพที่เลือกหรือเปล่า อาชีพหมอเป็นอาชีพที่เป็นคนดีอย่างเดียวไม่ได้ อยากช่วยคน แต่เรียนไม่เก่ง เราก็ไม่สามารถไปช่วยเหลือใครได้ แต่ถ้าเก่งอย่างเดียว แต่ใจไม่ดี ก็เป็นหมอที่ดีไม่ได้ เพราะฉะนั้นการเป็นหมอ เป็นอาชีพที่ต้องมีทั้งสองอย่างคือทั้งดีและเก่ง ซึ่งในตอนนี้เรายังสามารถปรับปรุง ดูว่าเราขาดสิ่งไหน และเดินไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้”

โครงการสหพัฒน์แอดมิชชั่น เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ดีสำหรับเด็กนักเรียนในต่างจังหวัด
ซึ่งได้รับชมถ่ายทอดสดผ่านสัญญาณบรอดแบนด์ในโรงเรียนต่าง ๆ ที่ได้เข้าร่วมโครงการ โดยในครั้งนี้ อาจารย์กฤตนัย ทัศนา ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนคุรุราษฎร์รังสฤษฏ์ จ.ราชบุรี ได้บอกเล่าถึงความสำคัญของโครงการนี้เอาไว้ว่า “โครงการสหพัฒน์แอดมิชชั่นเป็นโอกาสทางการศึกษาที่ดีของเด็กในโรงเรียนเป็นอย่างมากการได้รับชมผ่านสัญญาณบรอดแบนด์ถือเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสและอำนวยความสะดวกให้เด็ก ๆที่ทางบ้านยังไม่มีอินเตอร์เน็ต หรือเด็กที่ไม่มีโอกาสไปกวดวิชานอกโรงเรียนนอกจากนี้ยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของทางโรงเรียนไปได้มากเนื่องจากที่ผ่านมาโรงเรียนจะจ้างติวเตอร์จากสถาบันกวดวิชามาสอนเด็กเพิ่มเติม ซึ่งถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควรเมื่อมีโครงการนี้เกิดขึ้นก็เป็นการสร้างประโยชน์ให้กับเด็กนักเรียนและโรงเรียนเป็นอย่างมาก”ทางด้านน้องที่สมัครเข้าโครงการสหพัฒน์แอดมิชชั่น ก็มีความมุ่งมั่นเตรียมพร้อมมาติวอย่างเต็มที่ โดย

นายสิรภพ สูติพันธ์วิหาร หรือ น้องบู ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนหอวังได้บอกถึงความรู้สึกได้ที่มีโอกาสมาติวในโครงการสหพัฒน์แอดมิชชั่นว่า“โครงการสหพัฒน์แอดมิชชั่นเป็นโครงการที่มีประโยชน์ ได้ความรู้ พี่ติวเตอร์ติวสนุก ซึ่งผมเองก็ได้ติวตามสถาบันต่าง ๆ เหล่านี้อยู่แล้ว แต่ที่มาร่วมโครงการเพราะคุณพ่อได้ทราบข่าวและอยากให้มาเข้าร่วมโครงการ ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ติวกับพี่ ๆ ติวเตอร์หลาย ๆ คนครับ ซึ่งผมอยากเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับการเตรียมตัวในการสอบผมก็ดูข้อมูลในอินเตอร์เน็ตว่าจะสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง และอ่านหนังสือล่วงหน้า นอกจากนี้ก็จะไปติวกับเพื่อน ๆ เพราะมีเพื่อนที่เขาไปติวสอบอยู่แล้ว เราก็ไปกับเพื่อนครับ”